10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี 2019 – รวมที่เที่ยวที่สวยที่สุดแบบอัพเดทที่คุณห้ามพลาด ไปกาญจนบุรีเที่ยวไหนดี เรามีคำตอบ

หากจะพูดถึงที่เที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่คุณสามารถไปพักผ่อนหย่อนใจดื่มด่ำกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าชมภูเขา เล่นน้ำตก ชมแม่น้ำ ชมวิวสวยจากเขื่อน หรือจะเที่ยวศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ครบครันแบบนี้ วันนี้เรามี 10 สถานที่สุดเจ๋งในจังหวัดกาญจนบุรีมาแนะนำเพื่อกระตุ้นต่อมให้อยากออกเดินทางไปเที่ยวชมด้วยกัน ออกทางเดินทางกันเลย

1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ขอบคุณภาพจาก www.dotproperty.co.th

ที่แรกนี่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองกาญจน์ก็คือสะพานข้ามแม่น้ำแคว ใครก็ตามที่มาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับที่สะพานเหล็กแห่งนี้จะถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองกาญจน์โดยแท้จริง สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ระลึกถึงประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นสะพานเหล็กพาดข้ามแม่น้ำแคว ที่ไหลผ่านเมืองกาญจน์ หากย้อนไปในประวัติศาสตร์ปี พ.ศ. 2484 ในช่วงที่กองทัพทหารญี่ปุ่นวางยุทธศาสตร์ให้เป็นประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศพม่า จึงมีการสร้างสะพานเหล็กแห่งนี้พร้อมทางรถไฟที่ยาวรวมกว่า 45 กิโลเมตร โดยมีการเกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นชาวอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ดัตช์ ที่ต้องโหมทำงานหนักจนเจ็บไข้ ล้มตายไปเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงระหว่างการก่อสร้างสะพานนี้ ภายหลังสงคราม รัฐบาลไทยประสงค์ให้สะพานดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ แถมในทุกๆปีช่วงปลายเดือนพ.ย.ถึงต้น ธ.ค. ยังมีการจัดเทศกาลงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ดังกล่าวอีกด้วย

การเดินทาง คลิกที่นี่

2. ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ

ขอบคุณภาพจาก http://mapio.net/pic/p-66934005/

ช่องเขาขาดเป็นพิพิธภัณฑ์เชิงประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยได้รับจัดตั้งโดยรัฐบาลออสเตรเลียเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ เป็นที่ที่ทางรถไฟกองทัพทหารญี่ปุ่นใช้เชลยศึกสร้างทางรถไฟลาดยาวตัดทะลุหุบเขาเข้าไปในป่าลึก ในบางช่วงของช่องเขามีความสูงกว่า 11 เมตร จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ช่องไฟนรก”  ซึ่งการมาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คุณจะได้ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พร้อมชมข้าวของเครื่องใช้และภาพถ่ายความเป็นอยู่ของการสร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และยังมีมินิเธียเตอร์ให้บริการชมภาพยนตร์ขาว-ดำแบบเงียบ ซึ่งได้ถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอีกด้วย

เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น.
การเดินทาง : คลิกที่นี่

3. ต้นจามจุรียักษ์

ขอบคุณภาพจาก ww.govivigo.com

ต้นจามจุรียักษ์หรือต้นก้ามปูยักษ์ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์จังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีเท่าไรนัก ขับรถจากตัวเมืองใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที  เมื่อไปถึงคุณจะพบกับต้นจามจุรีขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน มีกิ่งก้านขนาดใหญ่แผ่สาขาครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง ที่มาที่ไปของต้นไม้นี้ยังไม่ปรากฏนักแต่คาดว่ามีอายุกว่า 100 ปี และมีขนาดใหญ่ประมาณ 10 คนโอบ เป็นสถานที่คนทั่วไปมักใช้เป็นฉากในการถ่ายรูปไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนฝูง ครอบครัว ถ่ายรูปรับปริญญา หรือรูปพรีเวดดิ้ง

สอบถามเพิ่มเติม: โทร.+66 3451 1200, +66 3462 3691
การเดินทาง :  คลิกที่นี่

4. อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ขอบคุณภาพจาก www.thetrippacker.com

หากจะพูดถึงน้ำตกที่มีความสวยงามชนิดน้ำมีสีใสเขียวราวมรกต และยังเต็มไปด้วยฝูงปลาเล็กปลาน้อยที่ว่ายเวียนแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติ ใครๆก็มักเอ่ยถึงอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ที่เป็นที่ตั้งของน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงหุบเขา จนทำให้เกิดน้ำตกอันสวยงามทั้งหมด 7 ชั้น มีการทำทางสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเขาในแต่ละชั้นเป็นอย่างดี โดยระหว่างทางสามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ กลิ่นอายของป่าไม้และเสียงของน้ำตก สามารถแวะเล่นน้ำในแต่ละชั้นได้ เมื่อถึงชั้น 7 แล้วก็พลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปคู่กับป้ายผู้พิชิตน้ำตกเอราวัณแห่งนี้ แต่ถ้าหากคุณไม่สะดวกจะปีนไปถึงชั้น 7 ละก็ ขอแนะนำให้เล่นน้ำชั้น 2 หรือ ชั้น 5 ก็มีความสวยงามไม่แพ้ชั้นอื่นๆ เช่นกัน

เวลาทำการ:  วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯคนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาทเบอร์โทรติดต่ออุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทร.+66 3457 4222, 0 3457 4722, +66 3457 4234 

การเดินทาง : คลิกที่นี่

5. อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์

ขอบคุณภาพจาก www.tripadvisor.co.nz

เขื่อนศรีนครินทร์ หรือเดิมที่เรียกว่าเขื่อนเจ้าเณร ถูกสร้างขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำแม่น้ำกลอง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อประชาชน จนต่อมาได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เพราะเมื่อขึ้นมาถึงสันเขื่อน จะได้เห็นกับวิวทิวทัศน์ภูเขาเขียวจี มีวิวแม่น้ำแควใหญ่ไหลผ่าน ที่เขือนยังมีบริการบ้านพักตากอากาศให้บริการนักท่องเที่ยวมาพักค้างคืน ยามเช้ามักจะเห็นวิวหมอกปกคลุมบริเวณเขื่อนและเหนือแม่น้ำ นับว่าเป็นที่ที่สามารถสูดอากาศสดชื่นได้อย่างเต็มปอด โดยในตอนกลางวันนอกจากชมวิวที่เขื่อนแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมถ้ำต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นถ้ำสวรรค์ ถ้ำเนรมิต ถ้ำน้ำมุด ถ้ำพระปรางค์ หรือจะไปเที่ยวเล่นน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นก็ไม่ไกลจากตัวเขื่อนเท่าไรนัก

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท
เวลาทำการ: 06.00-18.00 น.
เบอร์ติดต่อ : โทร.+66 2562 0760
การเดินทาง : คลิกที่นี่

6. เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124

ขอบคุณภาพจาก http://ibreak2travel.com/2017/04/21/review-mallika-kanchanaburi/

ช่วงนี้กระแสท่องเที่ยวแบบย้อนยุคย้อนสมัยกำลังเป็นที่นิยม เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ล่าสุดของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเพิ่งเปิดตัวไปในปี 2559 ที่ผ่านมานี้เอง แม้จะเปิดตัวไม่นานแต่เมืองมัลลิกานี้ก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งในเมืองกาญและจากทั่วทุกสารทิศอย่างล้นหลาม ความน่าตื่นตาตื่นใจของเมืองมัลลิกานี้คือการเป็นเมืองจำลองสมัยรัชกาลที่ 5 ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตแบบไทยๆ เป็นการพานักท่องเที่ยวย้อนยุคย้อนสมัยไปนับร้อยปี มีบริการให้เช่าชุดไทย การใช้เงินสกุลแบบโบราณ และการจำลองวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการขูดมะพร้าว การทำขนมไทย การฝัดข้าว และกิจกรรมต่างๆอีกมายมายที่บริการให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน

เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-19.00
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม: ราคาค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 250 บาท สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ 120 บาท ราคาค่าเข้า+อาหารเย็น+การแสดง สำหรับผู้ใหญ่ 700 บาท สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ 350 บาท (มีบริการชุดไทยให้เช่าช่วงราคาตั้งแต่ 100-300 บาท)
เบอร์โทรศัพท์: 034-540884-6
การเดินทาง : คลิกที่นี่

7. วัดถ้ำเสือ

ขอบคุณภาพจาก www.phuttha.com

วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่ดึงดูดไม่เพียงแค่พุทธศาสนิกชนผู้ตั้งใจมาทำบุญที่วัดเท่านั้น แต่วัดนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมความอลังการของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ตั้งประดิษฐานไว้ให้เคารพสักการะ ในวัดถ้ำเสือมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาทซึ่งทั้งองค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐ นอกจากนี้เมื่อขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่ทางวัดได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย และจากด้านบนสามารถชมวิวทะเลสาบและวิวเขื่อนแม่กลองได้อีกด้วย

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08.00-18.00
โทรศัพท์ติดต่อ: 034-655-383-4
การเดินทาง : คลิกที่นี่

8. เขาช้างเผือก

ขอบคุณภาพจาก sites.google.com/site/saowalaksamoehat

สถานที่ท่องเที่ยวนี้เป็นที่ที่เอาใจคอธรรมชาติและผู้ที่รักการปีนเขา เขาช้างเผือกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิที่อยู่ท่ามกลางแนวริ้วภูเขาและผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เขาช้างเผือกมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 1,249 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นอกจากวิวทิศทัศน์ที่สวยงามเห็นขอบฟ้ากว้างขวาง รู้สึกตัวเองกำลังยืนอยู่เหนือก้อนเมฆแล้วนั้น ไฮไลต์ที่เป็นที่กล่าวขานเกี่ยวกับเขาช้างเผือกนี้คือ “สันคมมีด” ซึ่งเป็นสันเขาที่มีความชันแคบให้ความท้าทายสำหรับผู้ที่รักการปีนเขาและการผจญภัยได้เป็นอย่างดี

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

  • เส้นทางการเดินป่านั้นมีระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง โดยต้องพักค้างแรม กางเต็นท์บนยอดเขาหนึ่งคืน
  • เปิดให้ท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปีเท่านั้น
  • ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบนยอดเขา ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า อุทยานฯ จำกัดนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปเที่ยวเพียงวันล่ะไม่เกิน 60 คนเท่านั้นต่อวัน
  • ค่าลูกหาบ คนล่ะ 900 บาท (จำนวนลูกหาบที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนสัมภาระของแต่ละคน)
  • ค่าบริการเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่เป็นผู้นำทางคนละ 900 บาท
  • อุปกรณ์ที่ควรเตรียมไปเที่ยวด้วย ได้แก่ หมวกกันแดด เสื้อแขนยาว แว่นกันแดด ไฟฉาย ของใช้ส่วนตัว
  • อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิมีบริการให้เช่าเต็นท์และอุปกรณ์นอน

สอบถามเพิ่มเติม: โทร +66 3453 2114, +668 1382 0359 (แนะนำให้โทรติดต่อสอบถามเพราะการขึ้นเขาต้องจองล่วงหน้ากับทางอุทยานฯเสมอ)
การเดินทาง : คลิกที่นี่

9. ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ขอบคุณภาพจาก http://karnchanaburiteawthai.blogspot.com/2016/07/kanchanaburi8.html

จุดชมวิวป้อมปี่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง เห็นวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซ้ำยังเป็นหนึ่งในที่ที่เห็นพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย ในป้อมปี่มีบริการบ้านพักตากอากาศและสถานที่อำนวยความสะดวกในการกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมากางเต็นท์เพื่อชมบรรยากาศ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสังขละบุรี เนื่องจากป้อมปี่นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลและเป็นทางผ่านไปยังสังขละบุรี จึงเป็นที่ที่คนนิยมแวะเข้ามาชมความสวยงามของเขื่อนเขาแหลมแห่งนี้

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ:

  • คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
  • ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
  • รถจักรยาน คันละ 10 บาท มอเตอร์ไซค์ คันละ 20 บาท
  • รถยนต์เก๋ง คันละ 30 บาท
  • ค่าบริการกางเต็นท์ คืนละ 30 บาท/คน/คืน

ติดต่อสอบถาม: โทร.086-131-3443(ป้อมปี่) 034-546-819, 034-532-099
การเดินทาง : คลิกที่นี่

10. สะพานมอญ

ขอบคุณภาพจาก www.thailovetrip.com

ที่สุดในรายการ 10 ที่เที่ยวสุดเจ๋งของเมืองกาญเราวันนี้คือ สะพานมอญเป็นสะพานที่ทำจากไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยความยาวกว่า 850 เมตร ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านชาวมอญ อำเภอสังขละบุรี การก่อสร้างสะพานเกิดจากความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน นอกจากความสวยงามของตัวสะพานไม้ที่ยาวพาดข้ามแม่น้ำแล้ว สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือการได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญ ไม่ว่าจะเป็นการตักบาตรตอนเช้า การแต่งกาย การลิ้มลองอาหารประจำถิ่นได้แก่ขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย นอกจากนี้ยังสามารถเหมาเรือล่องแม่น้ำเพื่อไปชมกับโบสถ์ใต้น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวสะพานได้อีกด้วย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

  • หากท่านมาเที่ยวชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ในช่วงเช้าจะได้สัมผัสกับหมอกที่ปกคลุมทั่วบริเวณแม่น้ำและสะพานมอญ
  • หากท่านต้องการร่วมตักบาตร ควรไปถึงบริเวณสะพานมอญก่อนเวลา 06.00 น. โดยมีร้านค้าจัดของใส่บาตรไว้เป็นชุดๆ ราคาอยู่ที่ประมาณชุดละ 99 บาท (สามารถโทรติดต่อสอบถาม หรือสั่งจองได้ที่ ร้านป้าหยิน โทร. 08-1792-4244, 09-0794-2448)

การเดินทาง : คลิกที่นี่

จะเห็นได้ว่าเพียงไม่ไกลจากกรุงเทพ คุณก็สามารถหาที่ท่องเที่ยวที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างหลากหลาย กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในจังหวัดที่เต็มไปด้วยสารพัดทางเลือกสำหรับผู้ที่หลงรักในธรรมชาติ ผู้ที่ชอบความท้าทาย และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ หากสนใจจะไปเที่ยวไหนในลิสต์ข้างต้นนี้ก็อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดีนะจ้ะ