รีวิวเที่ยวน้ำตกอุทยานเอราวัณแบบอัพเดท ที่เที่ยวสำคัญจังหวัดกาญจนบุรี

อากาศร้อนๆ น้ำตกนี่แหละคือสวรรค์ชั้นดีของผู้คน เพราะนอกจากจะให้ความเย็นฉ่ำดับร้อนแล้ว บรรยากาศของน้ำตกยังชวนผ่อนคลาย ทั้งเสียงนกร้อง เสียงน้ำฉ่าๆตกจากที่สูงกระทบกับโขด วิวรอบทิศมีป่ารายล้อม นอนลอยคอในแอ่งน้ำทั้งรับฟัง ชมภาพ และเพลิดเพลินกับน้ำไปด้วยกัน เป็นอะไรที่ฟินที่สุด แล้วน้ำตกที่ไหนดีล่ะที่ควรค่าแก่การไปเยือน เพราะเมืองไทยมีน้ำตกเยอะมากอย่างนับไม่ถ้วน ทั้งชื่อดัง ทั้งแบบลึกลับ ถ้ายังนึกไม่ออก ทางไปมายังขอเสนอว่าให้ไป “น้ำตกเอราวัณ” รับรองว่าคุณจะใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่าทุกนาทีกับน้ำตกและอุทยานแห่งนี้

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณในจังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกแห่งนี้มีขนาดใหญ่ สีน้ำออกเขียวมรกตจางๆ ตัดกับหินปูนสีขาวของน้ำตก ทำให้ภูมิทัศน์ของที่นี่ดูสวยอย่างมาก น้ำตกแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น ลักษณะของน้ำตกเมื่อมองภาพรวม จะดูคล้ายๆกับช้าง 3 เศียร นั่นแหละจึงเป็นที่มาว่าทำไมน้ำตกจึงมีชื่อว่าเอราวัณ และรู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้น้ำตกแห่งนี้มีชื่อว่าน้ำตกสะด่องม่องลายมาก่อน 

น้ำตกแห่งนี้มีความมากถึงหนึ่งกิโลครึ่ง ซึ่อถือว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ แถมแอ่งของน้ำตกยังกว้างขวาง สามารถดำผุดำว่ายได้แบบสบายๆ และสามารถทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างสะดวกอักด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำ การนำอุปกรณ์ทางน้ำมาเล่น เช่น ห่วงยาง ลูกบอลยาง เป็นต้น นับว่ามีพื้นที่เยอะพอที่แหวกว่ายไปโผล่ที่อื่นๆได้ และบริเวณแอ่งใต้น้ำนั้น มีหินน้อยก้อน ทำให้เดินเหินในน้ำได้คล่องตัว

สิ่งที่จะได้จากการมาเที่ยวน้ำตกเอราวัณนั้น ไม่ใช่แค่การเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอย่างเดียวแน่นอน แต่คุณจะได้รับชมธรรมชาติแบบเรียลๆ เต็มๆชัดๆ เริ่มจากสัตว์ในน้ำก่อนเลยละกัน นั่นคือปลา ในน้ำตกมีปลาหลายสายพันธุ์และหลายสีด้วย ต่างแหวกว่ายด้วยความคุ้นเคยกับมนุษย์ซะเหลือเกิน อาจเป็นเพราะพบเจอมนุษย์แทบทุกวันก็เป็นได้ ถ้าเราไม่ไปมือบอนคุกคามสัตว์ เราก็จะได้กำไรจากธรรมชาติแบบนี้แหละ และถือว่าปลาเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการผ่อนคลายที่ดีเมื่อมาพักผ่อน ณ ที่แห่งนี้

แหงนหน้ามองขึ้นมารอบๆหน่อย ก็จะพบเข้ากับแมกไม้เขียวขจีหนาทึบ ป่าแห่งนี้มีความอุดสมบูรณ์จริงๆ ถ้าให้เปรียบก็คงเป็นเสมือนโลกใบใหญ่ของสัตว์นานาชนิด ต้นไม้แต่ละต้นอายุน่าจะไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว คงสามารถใช้สรพพนามเดียวกับคุณปู่ คุณทวดของเราๆได้เลย ต้นไม้บางตันมีเถาวัลย์เคี้ยวคดลดเลี้ยวพันตามลำต้น บางสายก็ห้อยระโยงระยางออกมา จนบางคนอาจหลงคิดว่า น่าโหนเถาวัลย์กระโดดลงน้ำเอามากๆ แต่ก็มีสิทธิ์ได้แค่คิดเท่านั้นนะ เพราะไม่สมควรทำ และเป็นการกระทำอันตรายมากๆค่ะคุณๆขา   

หากมองแบบตั้งใจ แหวกว่ายเข้าใกล้ชายป่าสักหน่อย อาจพบเข้ากับนกน้อยนานาพันธุ์กำลังอาบแดดอยู่บนต้นไม้ บางตัวก็กำลังผลัดขน นี่แหละเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการส่องนกด้วยตาเปล่า เพราะระหว่างดูนกน้อยกำลังทำกิจวัตรของตนเองอยู่นั้น คุณก็สามารถลอยคอในน้ำรับชมวิถีชีวิตของเจ้านกน้อยไปพลางๆได้แบบไม่มีเบื่อ หรือบางทีอาจจะโชคดีเจอฝูงหมูป่า ที่ยกโขยงมากันทั้งครอบครัวก็เป็นได้ 

หรืออาจจะได้เจอกับฝูงผีเสื้อที่กำลังเกาะผืนดิน ผีเสื้อเหล่านี้เป็นตัวช่วยตอกย้ำว่า ผืนดินแห่งนี้มีความสมบูรณ์อย่างแท้จริง หากไม่เชื่อลองสังเกตง่ายๆดูนะว่า ทำไมเราๆไม่ค่อยเจอผีเสื้อเป็นฝูงในเขตเมือง หรือแม้แต่ชาญเมือง อาจเจอบ้างน้อยตัว นับตัวได้เลย แต่ในป่าแห่งนี้ต่อให้คุณยืมนิ้วเพื่อนๆมานับด้วยก็คงไม่พอค่ะ นอกจากผีเสื้อก็ยังมีสัตว์แปลกตาอีกหลายชนิดที่พบหาได้ยาก หรือคุณอาจจะมาเจอพวกสัตว์เหล่านั้นที่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้   

ภายในอุทยานมีถ้าสวยๆที่ควรเข้าไปชมด้วยนะ นั่นคือ ถ้ำพระธาตุ ภายในถ้ำพระธาตุมีหินงอกหินย้อยเกิดอยู่ถี่ๆตามผนังถ้ำ บ้างงอกมาจากข้างๆ บ้างห้อยลงมาจากเพดานถ้ำ เมื่อแสงไฟฉายสาดไปกระทบกับหินดังกล่าว จะเกิดแสงประกายวิบวิบเสมือนเพชรนับร้อยกะรัตกระจุกตัวอยู่ที่ที่ภายในถ้ำ ภายในถ้ำมีสะพานเหล็กให้เดินทอดเข้าไป สะดวกมากๆ 

หากเหนื่อยแล้ว อยากจิบกาแฟให้หนำใจสักแก้ว พร้อมเค้กหอมหวานสักชิ้น ก็ทำได้นะ เพราะในอุทยานมีร้านกาแฟที่ชื่อว่าเอราวัณคอยให้บริการผู้มาเยือนอย่างเต็มอกเต็มใจ นอกจากเครื่องดื่มและของว่างแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารเช้า และอาหารเมนูต่างๆจัดจำหน่ายอีกด้วย รสชาติโอเคเลย ยิ่งกินไปพร้อมกับบรรยากาศดีๆ ยิ่งฟินสุดๆ 

สำหรับนอนค้างคืนตื่นอีกทีเช้า สามารถมากางเต็นท์ได้ริมแม่น้ำแควใหญ่ แต่การกางเต็นท์นั้น ต้องเป็นไปตามประกาศของอทุยาน เพราะทางอุทยานจะจัดพื้นที่อย่างจำกัดเอาไว้สำหรับการเต็นท์โดยเฉพาะ และที่สำคัญหลังการประกาศอนุญาตให้กางเต็นท์ได้นั้น ก็มีผู้จับจองเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นขอเตือนว่า หากใครอยากมารับบรรยากาศฟินแบบข้ามคืนตื่นเช้าที่นี่ ให้รีบจับจองโดยไวนะคะ ช้าหมดอดฟินนะ เตือนแล้วนะ

ภายในอุทยานเอราวัณมีอะไรให้เยี่ยมชมอีกหลายจุด ทางเราอยากให้คุณผู้อ่านเข้าไปให้ธรรมชาติบำบัดสักครั้ง เพราะที่นี่เหมาะแก่การบำบัดความคิด ปล่อยจิตใจให้สงบ แล้วค่อยกับไปรบกับงานในเมืองใหญ่ ฟอกปอดให้เต็มที่ สูดบรรยากาศดีๆให้เต็มปอด กอดธรรมชาติให้คุ้มที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเมื่อนึกย้อนกลับมาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นความทรงจำที่ดีของคุณไปตลอด

ค่าเข้า
สำหรับคนไทย
– ผู้ใหญ่ 100 บาท / คน
– เด็ก 50 บาท / คน
สำหรับชาวต่างชาติ
– ผู้ใหญ่ 300 บาท / คน
– เด็ก 200 บาท / คน
ค่าเข้าสำหรับยานพาหนะบนบก
– รถจักรยานเข้าฟรี
– รถจักรยานยนต์ 20 บาท / คัน
– รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท / คัน
– รถยนต์ 6 ล้อ 100 / บาท / คัน 
– รถยนต์มากกว่า 5 ล้อขึ้นไป 200 บาท / คัน 
ค่าเข้าสำหรับเรือ
– เรือบรรทุกไม่เกิน 25 คน 20 บาท / ลำ
– เรือบรรทุกตั้งแต่ 26 – 100 คน 100 บาท / ลำ
– เรือบรรทุกตั้งแต่ 101 – 300 คน 500 บาท / ลำ
– เรือบรรทุกตั้งแต่ 301 คนขึ้นไป 2,500 บาท / ลำ
เวลาทำการ
– เปิดทุกวันวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 16.30 น.
ติดต่อ
เนื่องจากสถานการณ์โควิด เพื่อความชัวร์ ทางเราขอแนะนำให้คุณผู้อ่านที่มีใจอยากจะไปเยือน ติดตามข่าวสารต่างๆได้ที่
– เบอร์โทรศัพท์ 034574288, 0616522627 สำหรับสอบถามข้อมูลของอุทยาน และ 034574222 สำหรับการจองบ้านพักโดยเฉพาะ
Facebook
วิธีการเดินทาง
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มีวิธีการเดินทางที่สะดวกและง่ายดังนี้ 
– เดินทางโดยรถสาธารณะ สามารถขี้นได้ทั้งที่สถานที่ขนส่งสายใต้และหมอชิต เพียงแค่เลือกปลายทางเป็นจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงครึ่ง ไม่รวมช่วงเทศกาล หรือช่วงรถติด จากนั้นให้ลงที่ขนส่งกาญจนบุรี และขึ้นรถอีกต่อคือ กาญจนบุรี – เอราวัณ ปลายทางคืออุทยานแห ่งชาติเอราวัณ จากนั้นให้เดินเท้าเข้าอุทยาน 
– เดินทางโกยรถยนต์ส่วนตัวง่ายๆ โดยจิ้ม การเดินทางคลิกที่นี่ ได้เลย

คุณพึงพอใจกับโพสต์นี้หรือไม่

ให้คะแนนโพสต์

ความพึงพอใจโดยรวม 4.9 / 5. นับคะแนน 98

โพสต์ยังไม่มีคะแนน คุณสามารถเป็นคนแรกที่ให้คะแนนเรา