รีวิวเที่ยวเขาใหญ่แบบอัพเดท เที่ยวเขาใหญ่ไปไหนกันดีเรามีคำตอบ

เขาใหญ่เป็นแหล่งธรรมชาติขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯมากนัก อากาศของที่นี่บริสุทธิ์ สูดหายใจเข้าที รู้สึกได้เลยว่าปอดสดขื่นเป็นอย่างมาก ธรรมชาติของที่นี่ครองใจชาวกรุงและชาวต่าจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง เพราะทั้งสะดวกในการเดินทาง มีกิจกรรมให้ทำ มีมุมถ่ายภาพเพียบ มีมุมเงียบให้พักผ่อน ซึ่งแน่นอนว่าทางเรามีที่เด็ดๆที่คุณควรไปเยือนบนเขาใหญ่มาแนะนำอย่างเช่นเคย มาดูกันเลยนะ

ขอบคุณภาพจากเขาใหญ่

เขาใหญ่ถูกจัดตั้งเป็นนอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2502 เขาใหญ่ที่มีอาณาเขตกว้างขวาง ไกลสุดลูกหูลูกตา มีเนื้อที่ประมาณหนึ่งล้านสามแสนห้าหมื่นไร่ ความมโหราฬของดินแดนแห่งนี้ทำให้มีป่าอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวิภาพ มีทั้งสัตว์ป่าหายาก พืชป่าหายาก และนกแรร์ไอเท็มนานาพันธุ์ พื้นที่ของเขาใหญ่กินพื้นที่บางอำเภอใน 3 จังหวัดด้วยกัน คือ นครราชสีมา สระบุรี และนครนายก และเขาใหญ่จะประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเป็นพื้นที่อุทยานไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความสนับสนุนและความร่วมมือจาก Dr. George C. Ruhle

เริ่มจากการดับร้อนอ้อนธรรมชาติกับ “น้ำตกเหวสุวัต” น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ ผู้คนนิยมในคามสนใจมาเที่ยวชมและพักผ่อน รวมถึงถ่ายรูปอยู่อย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากน้ำตกแห่งนี้ตกลงมาจากหน้าผาที่มาความสูงกว่า 20 เมตร ทำให้เมื่อน้ำไหลลงมาสู่ที่ต่ำนั้น เกิดละอองน้ำฟุ้งกระจาย เมื่อลมพัดผ่านละอองน้ำทำให้รับรู้สึกถึงความเย็นสบายทีี่ปะทะกับร่างกาย โดยรอบของน้ำตกนั้นมีธรรมชาติห้อมล้อม มีทั้งเสียงน้ำอันชุ่มฉ่ำและเสียงนกหลายเมโลดี้ให้รับฟัง สถานที่นี่จึงเป็นที่ที่เหมาะสมแก่การทิ้งทุกข์ เสพสุขเป็นอย่างมาก

ขอบคุณภาพจากเขาใหญ่

ความสวยของน้ำตกที่นี่ไม่ได้หมดแค่ที่น้ำตกเหวสุวัตนะคะ เพราะยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งให้ไปเยือน อีกหนึ่งที่ที่เราอยากแนะนำ ก็คือ น้ำตกตะคร้อ เนื่องจากมีแอ่งน้ำกว้างพอสมควรเหมาะกับการลงเล่นน้ำ มีหินเรียงกันเป็นชั้นเชิง ลดหลั่นกันเป็นชั้น ทำให้น้ำที่ไหลผ่านนั้นดูสบายตามาก เพราะเสมือนม่านน้ำขนาดเล็กดีๆนี่เอง หรือหากอยากจะปลีกวิเวกไปนั่งพักผ่อนตามโขดหินก็ไม่ว่ากันนะ บรรยากาศดีสุดๆ เหมาะสำหรับการปล่อยใจให้ธรรมชาติบำบัด

ระหว่างที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติบริเวณน้ำตก คุณผู้อ่านอาจจะโชคดี เจอตัวนากทั้งครอบครัวมาโชว์ฝีมือการจับปลากิน บางตัวก็นอนแช่น้ำเล่น จนคิดว่าน้องลาโลกซะแล้ว เพราะหลับลึกเอาการเหลือเกิน นากแต่ะตัวมีความสามารถในการจับปลาที่แตกต่างกัน หากเป็นลูกนากตัวเพิ่งเริ่มโตฝีมือการจับปลา จะเสมือนการมาเล่นตลกให้คุณผู้อ่านได้ชม เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะน้องยังเด็ก ประสบการณ์ยังน้อย แทนที่จะคว้าปลาขึ้นมา แต่อาจคว้าน้ำเหลวขึ้นมาแทนก็เป็นได้ บางตัวก็ดำผุดดำว่ายเล่นน้ำสบายใจ ผู้รับชมก็สบายตาตามไปด้วย ตัวนากทุกตัวแม้อาจจะดูน่ารัก น่ากอด แต่เขาไม่ได้เชื่องนะคะ เพราะพวกเขาเป็นนากตามธรรมชาติ ไม่ใช่นากเลี้ยง ฉะนั้นอย่าคิดที่จะไปจับน้องๆเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจได้รับอันตรายได้

ยังมูฟออนออกจากสดชื่นที่เกี่ยวกับน้ำไม่ได้ เพราะมีอีกหนึ่งที่ความสดชื่นอีกทางเราอยากแนะนำให้ไปเช็คอิน นั่นก็คือ บริเวณลานกางเต็นท์ลำตะคอง รู้หรือไม่ว่าที่นี่คุณผู้อ่านสามารถกางเต็นท์นอนกินลมชมบรรยากาศได้ด้วยนะ แต่การจะตั้งแต่เต็นท์ได้นั้น ต้องติดตามประกาศจากทางอุทยานนะคะ ไม่ใช่อยู่ๆจะไปกางเต็นท์คูลๆแบบสุ่มสี่สุ่มห้าตามใจตัวเอง แบบนั้นไม่ได้นะคะ ถามว่าการกางเต็นท์ ณ บริเวณนี้มีดีอย่างไร อย่างแรกแน่นอนว่าธรรมชาติสวยงาม สบายตาสบายใจ อย่างต่อมาคือ การได้ชมสัตว์ป่าแบบเรียลๆ

ถ้าคุณไม่ใช่สายอินดี้นอนกางเต็นท์ แต่คุณเป็นนักผจญภัยในป่า ทางเราขอเสนอแนะว่าให้เดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติซะ เพราะว่าเส้นทางของที่นี่มีให้เดินทางไกลหลายกิโล แต่คุณจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ เพราะระหว่างทางนั้นอากาศสดชื่นเย็นสบาย มีธรรมชาติทั้งพืชและสัตว์ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้คุณตื่นตาตื่นใจได้ตลอดทาง นับว่าเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่คุ้มเอามากๆ เหมาะสำหรับนักเดินป่า และคนที่ชอบส่องสัตว์สุดๆเลยค่ะ ในเส้นทางการเดินป่านั้น มีทั้งสัตว์ใหญ่อย่างกวาง ช้าง หรืออาจเป็นสัตว์ปีกขนาดเล็กอย่างผีเสื้อ ซึ่งผีเสื้อของที่ีนี่บางสายพันธฺุมีสัสันที่สวยงาม ฉูดฉาดบ้าง บ้างก็ตัวใหญ่กว่าผีเสื้อทั่วไปที่เราๆเคยเห็นกัน แต่แน่นอนว่าหากท่านใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมือง โอกาสที่จะได้เห็นสัตว์และพืชนานาพันธุ์นั้น เป็นศูนย์เลยก็ว่าได้

บางทีเดินป่าไปมาคุณอาจจะเหลือบไปเห็นดอกไม้สวยๆ กำลังเจริญเติบโตอยู่หลังซอกหิน บนต้นไม้ หรือขอนไม้เก่าๆก็เป็นได้ หากเจอพืชหรือดอกไม้สวยๆกำลังเบ่งบานท้าทายสายลม แนะนำว่าหยิบมือถือขึ้นมาถ่ารูปเอาชื่นชมดอมก็พอนะคะ อย่าถึงขึ้นไปเด็ดดึงต้นไม้ ดอกไม้กลับบ้านกันเลยนะคะ เพราะอย่างน้อยๆ คนที่มาเดินป่าหลังจากเราจะได้เห็นของดีกับตาตัวเองบ้าง

หากเดินป่าเสร็จแล้ว ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างพอใจแล้ว ทางเราอยากจะบอกว่าพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ แล้วจงนอนไวๆซะ เพราะอยากให้ทุกคนตื่นเช้ามาสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และชมบรรยากาศที่สดใส คนตื่นเช้าจะได้กำไรกว่าคนตื่นสาย ใช้ได้จริงกับที่เขาใหญ่ะคะ เพราะว่าหากคุณตื่นเช้า สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือหมอก และนกสายพันธุ์ต่างๆที่ออกหากินยามเช้าตรู่ แนะนำว่าให้ทานอาหารเช้าให้เสร็จสรรพ จากนั้นถือแก้วกแฟ เดินฝ่าดงหมอกไป ชมธรรมชาติไป ได้บรรยากาศสุดๆ โดยเฉพาะบริเวณอ่างเก็บน้ำ และที่สำคัญเลยบรรยากาศเช่นนี้คุณไม่สามารถหาซื้อได้จากเมืองกรุงแน่นอน

หากช่วงบ่ายเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา ภายในเขาใหญ่แห่งนี้มีร้านกาแฟคอยต้อนรับ และท้าทายปลายลิ้นของท่านให้มารับรสอยู่หลากหลายด้วยกัน ร้านที่ทางเราแนะนำ คือ เขาใหญ่คอฟฟี่ ณ จุดบริการนักท่องเที่ยว ตัวร้านกาแฟทำมาจากไม้ ตั้งอยู่ริมน้ำ ใต้ร่มเงาต้นไทร มีรากอากาศของต้นไทรย้อยห้อยลงมาจากลำต้นใหญ่ มีระเบียงสร้างยกสูงเข้าไปในอากาศ หากได้นั่งจิบกาแฟตรงนี้ บรรยายกาศดีมาก ภาพที่ได้ชมอยู่เบื้องหน้า มีทั้งต้นไม้ และหากโชคดีอาจได้พบกับสัตว์ต่างๆด้วย รวมๆแล้วบอกเลยว่าบรรยากาศอเมซิ่งมาก เมนูที่อยากแนะนำให้สั่ง คือ Butterfly Pea Tea ที่สำคัญราคาไม่แพง อยู่ที่หลักสิบเท่านั้นค่ะ

เขาใหญ่มีความน่าตื่นตาตื่นใจ และมีกิจกรรมให้ทำมากเกินกว่าที่ทางเราจะบรรยายได้หมด ดั้งนั้นแล้วเราขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาเที่ยว และทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของตนเองจะดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการมาเยือนเขาใหญ่นั้นคุ้มค่าสำหรับการพักผ่อนที่สุด

อัตราค่าเข้า
สำหรับผู้ผ่านทาง
– สำหรับชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาทต่อคน เด็ก 20 บาทต่อคน
– สำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาทต่อคน เด็ก 200 บาทต่อคน
สำหรับพาหนะ
พาหนะที่มีผู้ขับขี่ชาวไทยและชาวต่างชาติ
– รถนั่งส่วนบุคคล รถยนต์บรรทุก 4 ล้อ (ไม่เกิน 1 ตัน) และ รถยนต์โยยสารไม่เกิน 12 ที่นั่ง คันละ30 บาทต่อคัน
พาหนะที่มีผู้ขับขี่เป็นชาวต่างชาติ
– รถนั่งส่วนบุคคล รถยนต์บรรทุก 4 ล้อ (ไม่เกิน 1 ตัน) และ รถยนต์โยยสารไม่เกิน 12 ที่นั่ง คันละ 50 บาทต่อคัน
รถยนต์โดยสารสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ
– รถยนต์โดยสารขนาดไม่เกิน 24 ที่นั่ง ราคา 100 บาทต่อคัน
– รถยนต์โดยสารขนาดตั้งแต่ 24 ที่นั่งขึ้นไป ราคา 200 บาทต่อคัน
ผู้ขับขี่พาหนะทุกชนิดต่อเสียเงินค่าผ่านทาง ยกเว้นผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารขนาดตั้งแต่ 24 ที่นั่งเป็นต้นไป
ติดต่อสอบถามหรือติดตามข้อมูลข่าวสาร
Facebook 
เว็บไซต์ 
การเดินทาง
เขาใหญ่ตั้งอยู่ที่ 114/1 หมู่ที่ 17 ตำบล หมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา การเดินทางมายังเขาใหญ่มีหลากหลายวิธีด้วยกัน แต่ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ ง่ายนิดเดียว
– เดินทางโดยรถไฟ ขึ้นที่หัวลำโพงได้เลยค่ะ เลือกลงปากช่อง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง คลาสสิกตามสไตล์รถไฟไทย ไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อยนะคะ เพราะจะทำให้เสียเวลาเอาซะเปล่าๆค่ะ
– เดินทางโดยรถทัวร์ ให้ขึ้นรถทัวร์หมอชิตจากกรุงเทพมายังนครราชสีมาได้เลย ใช้เวลาโดยทางประมาณ 2 ชั่วโมง (ไม่รวมช่วงเวลาเร่งด่วน)
– เดินทางโดยรถตู้ ให้ขึ้นรถที่อนุเสาวรีย์ชัย เลือกป้ายกรุงเทพฯ – ปากช่อง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเช่นกัน แต่เที่ยวรถจะถี่กว่ารถทัวร์ค่ะ (ไม่รวมช่วงเวลาเร่งด่วน)
จากนั้นให้มองหารถหกล้อสีฟ้ามาลงหน้าปากทางอุทยาน (ค่าโดยสารอยู่ที่ 30 -40 บาท ไม่ควรจะเกินจากนี้) หลังจากนั้นจะเลือกเดินเท้าเข้าอุทยาน หรือเลือกเช่ยานพาหนะก็ได้ มีทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ แนะนำว่าหากอยากกินลมชมวิวจริงๆ ให้เลือกเช่ารถจักรยานยนต์จะถึงรสธรรมชาติมากกว่าค่ะ
– หากเดินทางโดยรถยนต์หรือบิ๊กไบค์ส่วนตัว แนะนำว่าให้ยิงยาวตาม Google Map ได้เลยค่ะ หรือคลิกที่ การเดินทางคลิกที่นี่

คุณพึงพอใจกับโพสต์นี้หรือไม่

ให้คะแนนโพสต์

ความพึงพอใจโดยรวม 0 / 5. นับคะแนน 0

โพสต์ยังไม่มีคะแนน คุณสามารถเป็นคนแรกที่ให้คะแนนเรา