10 ที่เที่ยวตรัง 2019 – ไปตรังเที่ยวไหนดี ไปมายังมีคำตอบ

ตรัง จังหวัดชื่อสั้นเรียกง่ายทางภาคใต้ของเราที่หลายๆคนอาจมองข้าม แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวได้ให้ความสนใจกับจังหวัดนี้มากเนื่องจากเงียบสงบ ธรรมชาติสวยงาม ทะเล สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยไม่แพ้จังหวัดท่องเที่ยวดังๆเลยทีเดียว ต้องบอกก่อนว่าหากใครที่ชอบสัมผัสธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านแบบกระบี่ หรือภูเก็ต ตรังเป็นเป็นจังหวัดนึงที่คุณต้องไปให้ได้ค่ะ ว่าแต่มีสถานที่อะไรน่าไปบ้าง มาดูกันค่ะ

1.เกาะกระดาน

ขอบคุณภาพจาก 

เกาะกระดาน อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง เกาะกระดานเป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรังเกาะกระดาน มีชายหาดที่มีเม็ดทรายที่ขาวสะอาดละเอียดและน้ำทะเลใสจนสามารถมองเห็นแนวปะการังตลอดจนถึงฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์  ตัวเกาะล้อมรอบด้วยชายหาด 3 แห่ง ได้แก่ ชายหาดเกาะกระดาน, ชายหาดขาวที่ยาวถึง 2 กิโลเมตร บริเวณหาดนี้จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำดูปะการัง  จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะลิบง เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะเชือก และยังเป็นหาดที่คุณสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงามอีกด้วย, ชายหาดอ่าวช่องลม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกที่หาดนี้สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจน ครบจบ ไม่ว่าจะไปแบบคู่รัก หรือกับครอบครัว ก็ไม่ควรพลาด

2.ถ้ำมรกต (เกาะมุก)


ขอบคุณภาพจาก 

ถ้ำมรกต คือ ถ้ำกลางทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะมุก ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของ จ.ตรัง เพราะว่าการเดินทางต้องใช้คนที่ใจกล้า และรักในธรรมชาติแบบของจริง เพราะว่าคุณต้องสวมใส่เสื้อชูชีพแล้วว่ายน้ำผ่านโถงถ้ำมืดในระยะทางยาวประมาณ 80 เมตรเพื่อเข้าไปยังถ้ำมรกต แต่ว่าชาวท้องถิ่นเรียกที่นี่ว่าถ้ำน้ำ เนื่องจากว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำกลางทะเลและเส้นทางเข้า – ออก จะกว้างหรือแคบก็จะขึ้นอยู่กับระดับที่ขึ้น-ลงระหว่างวัน หากคุณเดินทางมาเที่ยวที่ถ้ำมรกตในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมก็อาจจะทำให้การว่ายน้ำเข้า – ออกค่อยข้างลำบาก (โดยปกติทีมงานมัคคุเทศก์ประจำทัวร์ถ้ำมรกตจะต้องคอยตรวจสอบระดับน้ำขึ้นน้ำลงแล้วจัดสรรเวลาในการพานักท่องเที่ยวเข้า – ออกจากถ้ำอย่างเหมาะสม) ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำมรกต” แทนที่จะเรียกกันว่า “ถ้ำน้ำ” ก็เพราะในขณะที่เรากำลังว่ายน้ำออกจากถ้ำ เราจะสามารถมองเห็นแสงแดดส่องทะลุพื้นน้ำใสเบื้องล่างแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาบนผิวน้ำและผนังถ้ำเป็นประกายสีเขียวเรืองรองคล้ายกับมรกตนั่นเอง

3.เกาะเชือก


ขอบคุณภาพจาก

เกาะเชือก เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 16 กิโลเมตร ตัวเกาะในวงล้อมของเกาะมุกและเกาะกระดานประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 2 เกาะ ที่นี่เป็นเกาะที่มีสัมปทานรังนก สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล กัลปังหา สลับกันอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งจะมีแนวปะการังค่อนข้างสมบูรณ์มาก และที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่คุณสามารถดำดูปะการังได้สวยที่สุดในจังหวัดตรังอีกด้วย

การเดินทาง : สามารถเหมาเรือจากท่าเรือปากเมงมาเที่ยว แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะใช้บริการแพ็กเกจทัวร์ในรูปแบบ One Day Tour ซึ่งราคาจะถูกกว่า และมีอุปกรณ์ดำน้ำให้ครบครัน ทั้งเสื้อชูชีพ หน้ากากดำน้ำและท่อหายใจ

4.อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม


ขอบคุณภาพจาก

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งที่อยู่บนฝั่ง ในทะเล ถ้ำ บ่อน้ำร้อน ชายหาด และแหล่งดำน้ำดูปะการัง ถือว่ามาตรังแล้วได้เที่ยวครบทุกอย่างเลยทีเดียว แต่เนื่องจากอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ อยู่ในเขตลมมรสุมทำให้มีผลกระทบในช่วงเวลาระหว่าง เดือนกรกฎาคม – กันยายน ช่วงนี้จะมีพายุและฝนตกชุก คลื่นลมแรง ดังนั้นช่วงนี้ จึงมีกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี บริเวณถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะเชือก และเกาะแหวน ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ของทุกปี สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนฝั่ง สามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติตลอดทั้งปี

5.ตึกเก่าเมืองตรัง


ขอบคุณภาพจาก

ตึกเก่าเมืองตรัง ตั้งอยู่ในตัวเมืองตรัง ตามถนน ถ.ราชดำเนิน ถ.กันตัง และ ถ.พระรามหก กระจายลัดเลาะตามบริเวณนี้ ตึกเก่าเหล่านี้เป็นลักษณะรูปแบบของชิโนโปรตุกิส อาคารเก่าเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากรับจ้างเป็นช่าง หรือทำการค้าอยู่ตามท่าเรือ วัฒนธรรมจีนที่มาตั้งรกรากที่นี่จึงฝังตัวกลมกลืนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบชาวตรังมาเป็นเวลานาน ย่านนี้คุณสามารถเดินชมเมืองได้แต่ เช้าโดยเริ่มจากโปรแกรมอาหารพื้นเมืองของตรังที่ขึ้นชื่อ เช่น ติ่มซำซาลาเปา ขนมจีบ ฮะเก๋า ปาท่องโก๋ กาแฟ ชาร้อนๆ  หรือจะเป็นหมูย่างกับกาแฟร้อนเป็นมื้อเช้าอย่างคนตรังขนานแท้

6.สถานีรถไฟกันตัง


ขอบคุณภาพจาก

สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่บนถนนหน้าค่าย เป็นสถานีรถไฟสุดทาง ของทางรถไฟสายใต้ ฝั่งทะเล อันดามัน สถานีรถไฟกันตัง ในอดีตใช้เป็นที่รับส่งสินค้ากับต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์,มาเลเซีย และ อินโดนีเซียมีรางรถไฟต่อไปเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนตัวอาคารและชานชาลา ด้านหน้าของอาคารมีมุข ยื่น มีการตกแต่งประดับมุมเสาด้วย ลวดลาย ไม้ฉลุคงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6  ส่วนที่เป็นโถงมีรั้วลูกกรงไม้ พร้อมบานประตูขนาดเล็กน่ารักกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ส่วนด้านหลังอาคารเป็นชานชาลามีหลังคาจั่วคลุมแยกต่างหาก โดยเสารับ หลังคาชาน ชาลานี้มีค้ำยันไม้ฉลุตกแต่งให้กลมกลืนกับตัวอาคาร ภายในสถานียังพอมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตคงเหลืออยู่บ้าง โดยภาพรวมแล้วยังรักษาเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ไว้ได้ เป็นอย่างดี นับเป็นสถานีรถไฟที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ จึงเป็นผลทำให้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานของจังหวัดตรัง จากกรมศิลปากร หากมีโอกาส อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยนะคะ

7.นั่งรถกบ (ตุ๊กตุ๊ก)ชมเมืองเก่า


ขอบคุณภาพจาก

“รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ” เจ้ารถนี้จะมีวิ่งทั่วตัวเมืองตรัง โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟ จ.ตรังที่เป็นคิวจอดรถตุ๊กตุ๊กขนาดใหญ่ คนเมืองตรังเรียกรถชนิดนี้ว่า  นับเป็นพาหนะสุดคลาสสิกประจำเมือง ต้องบอกเลยว่า มาถึงตรังทั้งทีต้องนั่งรถหัวกบเที่ยว ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงนะคะ

8.ถนนคนเดินตรัง


ขอบคุณภาพจาก

ถนนคนเดินหน้าสถานีรถไฟ จ.ตรัง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “Chan Chala Night Market” จะมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. โดยรูปแบบของตลาดถนนคนเดินของที่นี่ จะเน้นความเป็นเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวตรัง มีสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง สินค้าที่ระลึก สินค้าหัตถกรรม ตลอดจนงานศิลปะและงานฝีมือ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ส่งเสริมวัฒนธรรมของชาวตรัง รวมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม เพราะจะมีการจัดการแสดงเล็กๆ เช่น การแสดงดนตรีเปิดหมวก และการร้องรำทำเพลงพื้นเมือง เพื่อให้ครบสูตรทั้งการชม ชิม และช้อป

9.สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)


ขอบคุณภาพจาก

สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) แต่เดิมชื่อ สวนรุกขชาติทุ่งค่าย หากเอ่ยถึงพื้นที่ป่าไม้ ทุกคนคงนึกถึงผืนป่าใหญ่กว้างขวาง มีเทือกเขาทอดตัวเป็นแนวยาว หรือมีเขาสูงเตี้ยสลับกันไป แต่ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ เป็นต้นน้ำของลำห้วยเล็ก ๆ ลักษณะป่าจะเป็นป่าดิบชื้น ป่าพรุ และทุ่งหญ้า เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่แวดล้อมด้วยชุมชมเล็ก ๆ โดยรอบ จึงกล่าวได้ว่าเป็นเมือง (ชุมชน) ล้อมป่า ไม่ใช่ป่าล้อมเมืองเหมือนป่าทั่วไป ในอดีตผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งอาหารของชุมชน มีชาวบ้านเข้าไปหาของป่า ทั้งสัตว์ป่า พืชผัก และผลไม้ป่า และยังเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ยังกลายเป็แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดตรัง และพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าอีกด้วย

10.โบสถ์คริสเมืองตรัง


ขอบคุณภาพจาก

จังหวัดตรังเป็นหัวเมืองทางภาคใต้ซึ่งมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ ประชากรเหล่านี้นับถือศาสนา กันอย่างหลากหลาย เช่น ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ ซึ่งผู้นับถือส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ศาสนาคริสต์นิกายโปรเเตสแตนท์ในจังหวัดตรังเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2453 ได้มีการก่อตั้งสถานีประกาศขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากคณะมิชชันนารีอเมริกัน โดยใช้สถานที่ที่โรงพยาบาลทับเที่ยง แล้วตั้งเป็นคริสตจักรในอีก 2 ปีถัดมา ในปี พ.ศ. 2456 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอนุญาตให้ทางคริสตจักรซื้อที่ดินและสร้างโบสถ์ขึ้น ตัวโบสถ์สร้างด้วย ไม้ไผ่ หลังคามุงจากต่อมาในปี พ.ศ.2458 จึงได้สร้างวิหารเป็นอาคารถาวร ก่ออิฐถือปูน พร้อมหอระฆัง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2527 คริสตจักรตรังได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ตั้งโบสถ์จากคณะอเมริกันเพรสไปเทอเรียนมิชชั่น แล้วตั้งเป็นคริสตจักรภาคที่ 17 ต่อมาในปี พ.ศ. 2533มีการสร้างอาคารนมัสการหลังใหม่ แต่วิหารหลังนี้ยังคงใช้ในการประกอบพิธีกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน